อธิบายเบื้องหลังการทำงานถ่ายทอดสดออนไลน์ โดยธีภพ เกรียงปริญญากิจ


Switcher ผู้กำกับภาพถ่ายทอดสด

หน้าที่และความสำคัญของ Switcher board

Switcher board เป็นสิ่งที่สำคัญในการ switcher มาก เพราะเป็นอุปกรณ์หลักในการทำงาน ซึ่งมีหน้าที่ในการสลับกล้องเป็นตัวควบคุมภาพนั่นเองครับ

วิธีการใช้งาน

ก่อนอื่น เรามาดูวิธีการใช้งานของSwitcher boardกันก่อนนะครับ

เราจะสังเกตเห็นว่าswitcher board จะมีหมายเลขอยู่ ก็คือ 1,2,3,4 มีอยู่ทั้งข้างล่างและข้างบนและสีก็จะแตกต่างกัน โดยปุ่มหมายเลขข้างบนที่เป็นสีแดงคือปุ่มที่แสดงให้เห็นว่ากล้องตัวใหนที่เรากำลังจะใช้ออกอากาศอยู่ และปุ่มข้างล่างสีเขียวก็คือปุ่มที่บอกว่ากล้องใหนที่จะใช้เป็นกล้องต่อไป(standby)

เมื่อเราจะswitchระหว่างสองกล้อง เช่นกล้อง 1 ไปกล้อง 2 สามารถทำได้สองวิธี

1.ใช้คันโยกในการswitch ซึ่งวิธีนี้การเป็นวิธีที่ผมชอบมากเพราะว่ามันช่วยบังคับจังหวะในการswitchให้ดีมากขึ้น

2.การใช้ปุ่ม Take ปุ่มนี้มีหน้าที่ในการswitchโดยปุ่มนี้จะช่วยทำให้มันดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้คันโยกเพราะว่าเราสามารถตั้งเวลาได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการ Transition จากกล้องนึงไปยังอีกกล้องหนึ่ง

และถ้าเราสังเกตดีๆก็จะพบว่ามีปุ่ม + – อยู่ในswitcherด้วยโดยปุ่มนี้มีหน้าที่ในการปรับความเร็วในการใช้ transition dissolved ซึ่ง switcher ที่ผมใช้สามารถปรับความเร็วได้ตั้งแต่ 0.5 วิ จนถึง3.0วิครับ

ต่อมาเราจะมาพูดถึง effect ที่ใช้ในการ transition นะครับ

ในswitcher ตัวนี้มีทั้งหมด 17 effect transition หลายๆคนอาจตกใจและสงสัยว่าถ้ามันมีเยอะขนาดนี้แล้วเราจะเลือกใช้ transition อย่างไรดีใช่ไหมครับ แต่ไม่ต้องตกใจครับเพราะ transition ที่เราใช้จริงๆมันมีอยู่แค่สองอย่างเองครับ โดยเหตุผลที่เราใช้แค่สอง transition นั่งเป็นเพราะว่าอีก 15 transition มันเรียกว่า wipe ซึ่งเป็น effects ที่ลายตามาก เราจึงไม่ใช้นั่นเองครับ

โดยสอง transition ที่ใช้ได้ก็คือ transition cut กับ transition dissolved ครับ

transition cut คือ transition ที่จะสลับระหว่างสองกล้องแบบทันทีทันไดโดยส่วนมากเราจะใชเในเพลงเร็วนะครับ ส่วน transition dissolved คือ transition ที่จะสลับระหว่างสองกล้องแบบช้าๆค่อยๆsmoothโดยเราจะใช้ในช่วงเพลงช้าครับ

Chroma Luma

ปุ่มนี้มีไว้กดเพื่อให้เนื้อเพลงหรือโลโก้ขึ้นโดยใช้หลักการเดียวกันกับgreen screenครับ

ก็คือการตัดสีเขียวออกไปและนำภาพจากกล้องที่เราใช้มาแทนที่สีเขียวแต่ของที่ไม่ได้เป็นสีเขียวก็จะยังอยู่ครับเพราะฉะนั้นถ้าเราทำโลโก้หรือเนื้อเพลงเป็นสีเขียวมันก็จะไม่ขึ้นไปที่จอเพราะว่ามันถูกตัดไปพร้อมกับสีเขียวนั่นเองครับ

จอ Multiview

และอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องใช้และขาดไม่ได้นั่นก็คือ จอmultiviewนั่นเองครับโดยจอนี้มีหน้าที่ในการดูภาพรวมของกล้องทั้งหมดครับ

เราจะสังเกตได้ว่ามีตัวหนังสือที่อยู่ข้างล่างของจอทั้งสองจอใช่ไหมครับ โดยความหมายของจอที่เขียนว่า PVW ซึ่งก็ย่อมาจากคำว่า preview โดยจอนี้ก็เป็นจอที่เอาไว้ดูว่ากล้องใหนที่เราจะ standbys ใช้ต่อไป และจอ PGM ก็ย่อมาจากคำว่า program โดยจอนี้เอาไว้ดูว่ากล้องไหนที่เราใช้อยู่นั่นเองครับ

โดยสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในการทำ switcher ก็มีหลายอย่างเลยครับเช่น

1.การทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นคนที่โตกว่าหรือเล็กกว่าก็ตามครับ

2.การสื่อสาร การสื่อสารกับทีมอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกับตากล้อง คนฉายslide คนทำsound

3.การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แน่นอนว่างานทุกงานที่เราทำเราก็มักจะเจอปัญหารวมถึงงานอาสาสมัครด้วยครับ เพราะฉะนั้นการswitcherก็จะสอนผมในเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมากเพราะสมมุติว่าswitcherเกิดขัดข้องขึ้นมาระหว่างการถ่ายทอดสดเรามองไม่เห็นว่าตอนนี้เรากำลังใช้กล้องไหนอยู่แต่ก็ต้องสวิตช์ต่อเราจะทำอย่างไรซึ่งผมก็เคยเจอกับประสบการณ์นี้นะครับตอนผมเจอก็รู้สึกตกใจมากๆแต่ก็สามารถผ่านไปได้ครับ

4.การสื่อสารต่างภาษา ในการทำงานของผม ตากล้องที่ผมมักจะทำงานด้วยก็ไม่ได้พูดภาษาไทยครับ ทำให้ผมต้องสื่อสารกับเขาเป็นภาษาอังกฤษในบางครั้ง ซึ่งช่วยผมในการฝึกภาษามากๆเลยครับ

5.การคาดคะเน เช่นการที่เราลองเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงต่อไปเพื่อที่เราจะบอกตากล้องให้ไป standbys ได้ครับ

และนั่นก็คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการทำ Swicher นั่นเองครับ

โดยจำนวนชั่วโมงที่ผมทำ switcher มาตลอดช่วงปีที่ผ่านมาก็คือประมาณ 262 ชั่วโมงครับ