Podcast เด็กรู้สู้ภัย – อันตรายจากการใช้ไมโครเวฟไม่ถูกวิธี
จริงหรือไม่? ถ้าเด็ก ๆ จ้องไมโครเวฟขณะเครื่องทำงาน อาจทำให้ตาบอดได้ หากใช้ประกอบอาหารจะทำให้เกิดโรงมะเร็งจากคลื่นความร้อนได้จริงหรือ เรียนรู้การใช้ไมโครเวฟให้ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายได้ในรายการเด็กรู้สู้ภัย
ไมโครเวฟนั้นเป็นสิ่งที่ตอนนี้เราก็ใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะว่ามันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่สะดวกสะบาย ถึงแม้ว่ามันอาจสะดวกสะบายใช้ง่ายแต่ขณะเดียวกันมันก็มีอันตายแฝงอยู่เช่นกัน
การทำงานของไมโครเวฟ
เตาไมโครเวฟนั้นจะปล่อยรังสีไมโครเวฟออกมาซึ่งจะทำให้อาหารที่เราอุ่นนั้นสั่นและเมื่อมันสั่นมันก็จะไปเขย่าโมเลกุลของน้ำในอาหารจึงทำให้
มันเกิดความร้อนขึ้นนั้นเองครับ ส่วนการที่จานมันร้อนนั่นก็เป็นเพราะว่ามันได้รับความร้อนจากอาหารครับ
ซึ่งข้อดีของไมโครเวฟนั้นก็คือการที่มันทำให้อาหารนั้นได้รับความร้อนเร็วแต่ความร้อนที่ได้รับมันก็จะไม่ทั่วถึงในอาหาร อย่างเช่นเราอุ่นซุปข้าวโพดความร้อนมันก็จะไม่ทั่วถึงมันก็จะลงแค่บางจุดและวิธีการแก้ก็คือให้เราอุ่นหนึ่งนาทีหลังจากนั้นก็นำออกมาคนให้เข้ากันและก็อุ่นต่อเพียงแค่นี้ความร้อนก็จะทั่วถึงในซุปแล้วครับ
ต่อมาผมเชื่อว่าเด็กๆหลายๆคนก็น่าจะเคยถูกผู้ใหญ่เตือนว่าห้ามจ้องไมโครเวฟนานๆเพราะอาจะเกิดสารที่ทำให้เกิดมะเร็งได้ เพราะว่าไมโครเวฟนั้นสามารถปล่อยรังสีออกมาได้ บางคนจึงคิดว่ามันอันตรายแต่ความจริงแล้วรังสีไมโครเวฟไม่ได้อันตรายเลย เพราะว่ารังสีนั้นมันก็จะหายไปทันทีเมื่อเราเวฟเสร็จแล้วและรังสีไมโครเวฟนั้นก็ไม่สามารถออกมาได้เพราะว่ามีแผ่นป้องกันติดไว้ที่หน้าประตูไมโครเวฟนั่นเองครับ
แล้วแสงสีส้มที่อยู่ในไมโครเวฟคืออะไรล่ะ?
อันที่จริงแล้วแสงสีส้มที่อยู่ในไมโครเวฟมันก็คือแสงที่ช่วยส่องสว่างให้เราเห็นของที่เราเวฟนั่นเองมันไม่ได้เป็นอันตรายเลยเพราะยังไงมันก็เป็นแค่แสงไฟดวงเดียวเท่านั้นครับ
ต่อมานะครับเวลาที่เราเข้าไปในร้านอาหารเราก็มักที่จะกินอาหารไม่หมดใช่ไหมครับทำให้เราต้องห่อกลับมาที่บ้านเพื่อมาเวฟ ซึ่งภาชนะที่ทางร้านห่อกลับมาให้และสามารถอุ่นจากภาชนะนั้นได้เลย
ก็จะมีพลาสติก พลาสติกบางชนิดมีความทนต่อความร้อนและสามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ดี
โดยพลาสติกที่สามารถนำเข้าเวฟก็คือ พลาสติกประเภท Polyethylene terephthalate (PET) หรือ Polypropylene (PP) โดยภาชนะพลาสติกที่นำเข้าเวฟได้ เค้าจะมีสัญลักษ์บอกอยู่แล้วครับ เพราะจะทำให้ขายได้ง่ายขึ้น
สัญลักษณ์ของพลาสติกที่นำเข้าเวฟได้
และจะมีพลาสติกบางประเภทที่ทนความร้อนได้ต่ำ ถ้าเรานำเข้าเวฟพลาสติกอาจจะละลายหรือสารปนเปื้อนลงไปในอาหารได้ครับ
เซรามิก
เซรามิกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามวัสดุ เอิร์ทเทนแวร์ (Earthenware), สโตนแวร์ (Stoneware), พอร์ซเลน (Porcelain) หรือ โบนไชน่า (Bone china) ซึ่งแต่ละแบบของเซรามิกผ่านกระบวนการเผาด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยดังกล่าวเพียงแค่มีผลกับระยะเวลาในการเวฟอาหารเท่านั้น สามารถเข้าเวฟได้ทุกตัว แต่อาจจะต้องระวังในเรื่องของสีที่ใช้ตกแต่งเครื่องเซรามิก ไม่ควรใช้สีที่ฉูดฉาด อย่างสีเงินหรือสีทอง เพราะเป็นสีที่สะท้อนคลื่นไมโครเวฟ อาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้และอันตราย และเซรามิกก็ยังเป็นภาชนะที่ปลอดภัยมากๆในการอุ่นอาหาร
แก้ว
สำหรับแก้วนี่ไม่ต้องกลัวเลยครับสามารถนำเข้าเวฟได้เลย ไม่ต้องคิดมาก เพราะองค์ประกอบของแก้วคือสารอนินทรีย์อย่างทราย มีความทนทานต่อความร้อนสูงมาก ไม่มีผลกระทบต่อวัสดุเมื่ออุณภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และผิวของแก้วไม่สามารถสะท้อนคลื่นไมโครเวฟได้
ต่อมาเราจะมาดูภาชนะที่ไม่สามารถเอาเข้าเวฟได้ครับ
โลหะทุกชนิดรวมถึงที่มีส่วนประกอบของโลหะด้วย(ช้อนซ้อม หม้อต่างๆ)
โลหะเป็นสิ่งที่อันตรายมากถ้าเกิดนำมันเข้ามาเวฟ เพราะอาจทำให้เกิดประกายไฟซึ่งก็เป็นต้นเหตุของไฟไหม้ ถ้าเราลองเอาช้อนซ้อมมาเวฟเราก็จะสังเกตเห็นมันเกิดกระแสไฟขึ้นรวมถึงถ้า
นำหม้อมาด้วย(เพราะตรงด้ามจับหม้อนั้นมีโลหะ) และบางคนเขาก็ไม่ได้สังเกตเขาจึงอุ่นอาหารที่มีฟรอยอยู่ด้วยซึ่งก็อันตรายเหมือนกันครับ
โฟม
โฟมนะครับไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะว่ามันสามารถที่จะไหม้ได้และในโฟมมันก็มีสารปนเปื้อนมากมายอยู่ด้วยซึ่งมันอันตรายมากๆเลยครับ
วัสดุที่เป็นพวกไม้และกระดาษ
วัสดุพวกนี้ก็ไหม้ได้ง่ายเช่นกันครับเพราะว่าเป็นกระดาษเราจึงไม่ควรอุ่นถ้าจะอุ่นแนะนำว่าควรอุ่นแค่ไม่เกิน30วิครับถ้าอุ่นนานกว่านี้ก็จะมีโอกาสไหม้ได้ครับ
สรุปแล้วเราก็พบว่าวัสดุที่ปลอดภัยต่อการเวฟมากที่สุดนั่นก็คือแก้วกับเซรามิกนั่นเองครับ
ต่อมาเราก็จะมาดูเรื่องโภชนาการกันบ้างนะครับ
หลายๆคนก็น่าจะสงสัยว่าการใช้ไมโครเวฟทำให้เราสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการไปหรือเปล่า
ซึ่งคำตอบก็คือการที่เราปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟมันก็เหมือนกับการใช้ความร้อนในการปรุงอาหารอย่างอื่น เพราะฉะนั้นมันก็มักจะต้องสูญเสียวิตามินหรือบางอย่างไปอยู่แล้ว และการปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟมันก็ทำให้สูญเสียสารอาหารน้อยกว่าการปรุงด้วยความร้อนแบบอื่นๆอีกครับ
แล้วไมโครเวฟสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้หรือเปล่า
นี่ก็เป็นคำถามที่หลายๆคนน่าจะสงสัยนะครับ
แน่นอนครับว่าสารก่อมะเร็งนั้นสามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติได้โดยการระหว่างการปรุงอาหารที่มีโปรตีนเช่นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ต่างๆ และก็มีแนวโน้มในการเกิดโรคมะเร็งสูงหากเรานำไปปรุงอาหารด้วยความร้อนสูง
ซึ่งก็มีผลการวิจัยออกมานะครับว่าสารก่อมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ในสัตว์ปีกเมื่อเรานำไปปรุงให้สุกเช่นเราไปกินไก่ทอดไก่ย่างมามันก็อาจะทำให้เป็นมะเร็งได้หากว่าเรากินบ่อย
ไมโครเวฟสามารถฆ่าเชื้อโรคจุลินทรีย์ได้ไหม
เชื้อโรคนั้นสามารถตายได้เมื่อมีอุณหภูมิสูงและหลายคนก็คงคิดว่าไมโครเวฟฆ่าเชื้อโรคได้เพราะมีความร้อนและร้อนเร็วแต่ความจริงแล้วไมโครเวฟนั้นมันไม่สามารถฆ่าเชื่อโรคได้เพราะปัญหาของไมโครเวฟคือมันกระจายความร้อนไม่ทั่วถึงอย่างที่ผมบอกไปตอนแรก แต่ไมโครเวฟน่าจะฆ่าจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ถ้าใช้ความร้อน60องศาขึ้นไปแต่ก็ไม่แน่เพราะจุลินทรีย์บางตัวก็ทนต่อความร้อนได้
สรุปการวิธีลดความเสี่ยงจากการใช้ไมโครเวฟ
1.หลีกเลี่ยงการทำให้ผักสุกเกินไป เพื่อช่วยลดโอกาสที่จะสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ
2.ก่อนนำอาหารเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ เราควรที่จะอ่านฉลากที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ แล้วทำตามคำแนะนำนั้น
3.ถ้าบรรจุภัณฑ์นั้นไม่ได้ระบุว่ามีความปลอดภัยต่อการใช้ในไมโครเวฟ ก็ควรเทใส่ภาชนะที่มีความเหมาะสมต่อการใช้ในไมโครเวฟมากกว่า เช่นจาน,แก้ว,เซรามิกต่างๆ
4.ควรหมุนจานอาหารและคนอาหารบ่อยๆ ในระหว่างที่นำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ เพื่อช่วยกระจายอุณหภูมิความร้อนได้อย่างทั่วถึง และลดโอกาสที่เชื้อจุลินทร์จากอาหารจะทำให้เกิดความเจ็บป่วย นอกจากนี้ก็ควรตรวจสอบอุณหภูมิของอาหารก่อนที่จะนำเข้าปาก เนื่องจากอาหารอาจมีความร้อนจัดจนทำให้เกิดการลวกปากได้
5.เราไม่ควรนำอาหารแห้งมาอุ่นในไมโครเวฟ เพราะอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้
นอกจากนี้ก็ไม่ควรนำเส้นพลาสต้าแห้งๆ ผลไม้ พริกทุกชนิด และเนื้อสัตว์ที่ผ่านการแปรรูปเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟด้วย
และสุดท้ายนี้ผมหวังว่าข้อมูลที่ผมนำมาฝากทุกคนในวันนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ
สำหรับวันนี้ผมขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
ข้อมูลจาก
https://www.sanook.com/health/12425/
https://www.mangozero.com/how-to-choose-microwave-safe-containers/
ย่อความจากการจัดรายกการวิทยุ เด็กรู้สู้ภัย EP.37
